แท็กซี่มีเฮ  รัฐบาลอนุมัติให้เรียกเก็บค่าสัมภาระเพิ่มได้ชิ้นละไม่เกิน  100 บาท 

          จากสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบันทำให้หลายอาชีพประสบปัญหาอย่างเช่นอาชีพคนขับรถแท็กซี่เองก็ได้รับความเดือดร้อนเช่นเดียวกัน แท็กซี่มีเฮ  รัฐบาลอนุมัติ  เพราะในปัจจุบันนั้นผู้คนที่เดินทางสัญจรไปมารวมเปลี่ยนมาใช้เป็นวิธีการนั่งรถไฟฟ้าหรือนั่งรถเมล์หรือรถตู้แทนเนื่องจากการนั่งรถแท็กซี่นั้นประชาชนจะต้องเสียเงินเป็นจำนวนมาก ดูสถานการณ์เศรษฐกิจแบบนี้ผู้คนส่วนใหญ่จึงต้องมีการประหยัดค่าใช้จ่ายดังนั้นแทนที่จะใช้วิธีการเดินทางด้วยรถแท็กซี่จึงเปลี่ยนไปใช้รถโดยสารแทนเพื่อเป็นการประหยัดเงินนั้นเอง

       ดังนั้นจึงมีแท็กซี่ออกมารวมตัวกันเพื่อเรียกร้องให้ทางรัฐบาลนั้นได้มีการช่วยเหลือเกี่ยวกับเรื่องของอัตราการเรียกเก็บอย่างเช่นแท็กซี่มิเตอร์จะมีการกด start เริ่มต้นปัจจุบันอยู่ที่ 35 บาทซึ่งก็มีการยื่นเรื่องขอให้รัฐบาลเข้ามาทำการช่วยเหลือให้มีการเพิ่มให้สูงมากกว่านี้แต่อย่างไรก็ตามทางด้านกระทรวงคมนาคมได้มีการประชุมปรึกษาหารือกันแล้วมองว่าการสตาร์ทขั้นต่ำ 35 บาทนั้นถือว่าได้มาตรฐานดีอยู่แล้วจึงไม่ได้มีการอนุมัติเกี่ยวกับเรื่องของการขอเพิ่มเงินแต่อย่างใดแต่ทางด้านรัฐบาลและทางด้านกระทรวงคมนาคมเองก็มีการพยายามหาแนวทางในการช่วยเหลือกลุ่มคนขับรถแท็กซี่

    แท็กซี่มีเฮ  รัฐบาลอนุมัติ    ดังนั้นในที่สุดจึงได้มีการออกมาประกาศเกี่ยวกับเรื่องของการเพิ่มอัตราค่าบริการตื่นให้แทนโดยล่าสุดได้มีการประกาศออกมาเมื่อวันที่ 17 เดือนพฤศจิกายน ปี พ.ศ 2563 เกี่ยวกับเรื่องของคนขับรถแท็กซี่ที่จะรับส่งผู้โดยสารนั้น หากผู้โดยสารมีสัมภาระในการเดินทางค่อนข้างเยอะกระทรวงคมนาคมอนุมัติให้แท็กซี่สามารถเรียกเก็บค่าสัมภาระจากผู้โดยสารได้

โดยคิดอัตราค่าบริการสูงสุดไม่เกินชิ้นละ 100 บาท  ซึ่งแน่นอนว่าการเรียกเก็บค่าสัมภาระในครั้งนี้จะสร้างรายได้ให้กับผู้ที่ขับรถแท็กซี่เพิ่มมากยิ่งขึ้นเพราะโดยปกติแล้วหากผู้โดยสารจะเดินทางไปที่ไหนไกลๆก็จะมีกระเป๋าสัมภาระอยู่แล้วไม่ว่าจะเป็นการเตรียมกระเป๋าเดินทางกระเป๋า Notebook หรือแม้กระเป๋าเป้สิ่งของเหล่านี้คือสัมภาระที่ทางด้านกระทรวงคมนาคมมีการพูดถึงนั่นเอง 

           แต่อย่างไรก็ตามตัวสัมภาระนั้นก็จะต้องมีเงื่อนไขเพิ่มเติมว่ากระเป๋าขนาดไหนจึงถือว่าเป็น 2 ภาระเพราะหากไม่เช่นนั้นคนถืออุปกรณ์ Notebook ขึ้นไปบนรถก็อาจจะถูกได้เก็บเงินได้ดังนั้นจึงได้มีการกำหนดอัตราการเรียกเก็บเอาไว้ว่าขนาดสัมภาระที่มีความกว้างความยาวเท่าไหร่ถึงจะมีการเรียกเก็บค่าสัมภาระเหล่านี้ด้วยอัตราค่าบริการขั้นต่ำในการเรียกเก็บนั้นจะไม่ต่ำกว่า 20 บาทแต่อย่างไรก็ตามมีการกำหนดเอาไว้ว่าไม่เกิน 100 บาทเช่นเดียวกันซึ่งอัตราการเรียกเก็บนี้จะคิดเป็นต่อชิ้นหากผู้โดยสารคนไหนมีสัมภาระเยอะก็จะทำให้ถูกเรียกเก็บค่าอัตราสัมภาระเยอะเช่นเดียวกัน

        และเมื่อผลจากทางกระทรวงคมนาคมประกาศออกมาก็ทำให้กลุ่มคนขับรถแท็กซี่นั้นต่างก็พากันดีใจเพราะก่อนหน้านี้ไม่ว่าลูกค้าจะมีสัมภาระเยอะมากแค่ไหนพวกเขาก็ไม่สามารถเก็บเงินได้ดังนั้นนับจากนี้เป็นต้นไปการและเก็บอัตราค่าสัมภาระเพิ่มเติมขึ้นมานอกจากค่ารถแท็กซี่ในการเดินทางแล้วจะทำให้กลุ่มคนขับรถแท็กซี่มีรายได้เพิ่มมากขึ้นนั่นเอง

 

 

สนับสนุนโดย    aecasino